ท่านที่กำลังทำหรือประสงค์จะทำคริสตจักรเครือข่ายหรือคริสตจักรเครือข่ายบ้านหรือต้องการสนับสนุน โปรดแจ้งให้ทางพันธกิจทราบเพื่อจะได้ช่วยเชื่อมโยงกับที่อื่นๆเพื่อจะช่วยเหลือกันและกันได้อย่างกว้างขวาง แจ้งมาที่ networkchurchministry@gmail.com / ดาวโหลดเอกสารแนะนำ

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คริสตจักรแม่น้ำของพระเจ้า คริสตจักรบ้านแห่งหนึ่งในเขตทวีรัตนา กทม.

สวัสดีค่ะ
คุณแม่เปิดบ้านเป็นสถานนมัสการชื่อ "คริสตจักรแม่น้ำของพระเจ้า" ค่ะ
เลขที่ 756 ซอยบรมราชชนนี 72 หมู่บ้านอมรชัย 3 ซอย 8 (ขวา)
ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.
โทร.02 889 7102, 081 496 1272
คุณแม่ชื่ออาภรณ์พรรณ ศรีภิรมย์ (อาภรณ์)

ถ้าหากมีโอกาสอยากเชิญมาร่วมนมัสการ หรือเยี่ยมเยียนด้วยค่ะ
ขอพระเจ้าอวยพระพรค่ะ
ไอริณ ศรีภิรมย์


Irin S.  irin@siamlaw.co.th

คริสตจักรท้องถิ่น ทำไมต้อง "เครือข่าย"?

คริสตจักรทุกยุคทุกสมัยไม่เคยอยู่โดดเดี่ยว  แต่อยู่กันแบบเป็น "คริสตจักรเครือข่าย"  เพราะยุคแรกถือว่ามีคริสตจักรเดียว (คริสตจักรสากล) และกระจายกันไปใช้ตามสถานที่ต่างๆ   ไม่ได้เน้นแต่คริสตจักรท้องถิ่นแห่งใดแห่งหนึ่ง   

การที่คริสตจักรเ้น้นการอยู่อย่างโดดเดี่ยวจะทำให้กำลังน้อย  ของประทานน้อย  ทรัพยากรน้อย  โอกาสในการรับใช้น้อย   ความหลากหลายน้อย   แต่เมื่อได้เชื่อมโยงรวมตัวและช่วยเหลือกันเป็นเครือข่าย   ก็จะทำให้เกิดผลในทางตรงกันข้าม  

ยิ่งคริสตจักรบ้าน หรือคริสตจักรเล็กยิ่งจำเป็น!  

และแน่นอนว่า พระเยซูคริสต์ทรงประกาศสั่งสอนโดยเน้นให้ผู้คนได้เข้าสู่ "แผ่นดินของพระเจ้า"  ไม่ได้เน้นที่คริสตจักร   พระองค์ตรัสถึงแผ่นดินของพระเจ้าหรือแผ่นดินสวรรค์  (The Kingdom of God) มากมาย  แต่ตรัสคำว่าคริสตจักรเพียงครั้งเดียวเท่านั้น   และครั้งเดียวที่ตรัสนั้นโดยบริบทก็หมายถึงคริสตจักรสากลด้วย  

และจะทำอย่างไรให้คริสตจักรท้องถิ่นสามารถเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพล่ะ?  และขณะเดียวกันก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นการมีอำนาจเหนือกันด้วย  

...ก็เป็นเครือข่าย หรือ Networking กันไงล่ะ !!  

การทำเครือข่ายทำให้คริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่งสามารถสร้าง "อาณาจักรพระเจ้าที่แข็งแรง" ได้  ไม่ใช่เพียงอาณาจักรพระเจ้าที่เป็นเพียงสภาวะที่คริสตจักรท้องถิ่นได้แค่รู้จักกัน  หรืออาจนมัสการร่วมกันก็เฉพาะคริสตมาสเท่านั้น!  

เรามาทำคริสตจักรเพื่ออาณาจักรพระเจ้า  หรือ Church for the Kingdom กันดีไหม

(เรื่องในอดีต) การสัมนาเรื่องกระแสคริสตจักรและเครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน

  ราวสิบกว่าปีก่อน    ผมได้มีไปร่วมสัมมนาและดูงานเกี่ยวกับเครือข่ายคริสตจักรตามบ้านในรัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกาอีกด้วย    และเมื่อกลับมาไม่นานนัก ก็ได้จัดสัมนาเรื่อง  "กระแสการตั้งคริสตจักรและเครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน"  หรือ Church Planting Movement & House Church Networks   (จัดในราวๆ วันที่ 24-25 ตุลาคม พ.ศ.2542)  โดยใช้สถานที่คริสตจักรCalvary สุขุมวิทซอย 2   เจ้าภาพคือ International Mission Board (IMB)  และสถาบันคริสเตียนศึกษาและพัฒนาคริสตจักร (ซีอีดี)   วิทยากรคือ อ.แบรด บีแมน และรอเจอร์ ธอแมน   ทั้่งสองท่านเป็นผู้ที่ทำเรื่องเครือข่ายคริสตจักรตามบ้านอย่างจริงจังในสหรัฐ

ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องคริสเตียน ผู้นำ และมิชชันนารีอย่างมาก  มีผู้นำให้ความสนใจเข้าร่วมเกือบ 200 ท่าน จากทุกสังกัดและทุกภาคของประเทศ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่คริสตจักรต่างๆ ติดค่ายกันอย่างมากมาย มีศิษยาภิบาลและผู้นำบางท่านยอมลาจากค่ายของคริสตจักรของตนเองมาเพื่อร่วมสัมมนานี้เป็นพิเศษ

คริสตจักรง่ายๆ (Simple Church) คริสตจักรเพื่อทุกคน...ทุกที่...ทุกเวลา

คริสตจักรเริ่มได้ด้วยผู้เชื่อทุกคน  ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องรับเชื่อมาแล้วกี่ปี   จบพระคริสตธรรม  หรือไม่ หรือจบหลักสูตรไหน

คริสตจักรเกิดได้ในทุกที่   คริสตจักรแห่งแรก (ในเยรูซาเล็ม) เริ่มจากห้องชั้นบนของบ้านหลังหนึ่ง   แล้วก็เป็นบ้านทั่วไป  แล้วก็เป็นลานในพระวิหาร  บางช่วงก็ต้องหลบไปใ้ช้ในห้องใต้ดินตามบ้าน  กว่าจะเริ่มมีอาคารโบสถ์ได้ก็ยาวนานหลังจากมีคริสตจักรบ้านมาแล้วถึงราว 300 กว่าปี

ทุกวันนี้คริสตจักรได้พัฒนารูปแบบไปสู่การทำให้ง่ายขึ้น  (Simple Church)  มีการใช้บ้านมากขึ้นเรื่อยๆ   ยิ่งกว่านั้นในโลกตะวันตกได้เกิดกระแสคริสตจักรตามออฟฟิซมากขึ้นด้วย   เฉพาะในเมืองธุรกิจอย่างนิวยอร์คก็ได้เกิดคริสตจักรตามออฟฟิสเป็นร้อยๆ จุด   มีการรวมตัวนมัสการและศึกษาพระคัมภีร์ในออฟฟิสหลังเลิกงาน  หรือช่วงพักเที่ยง  

เหตุเกิดที่คริสตจักรบ้านแห่งหนึ่ง

สามีภรรยาคู่นี้มีใจอยา่กตั้งคริสตจักรที่บ้านของตน   พวกเขาก็เริ่มเชิญชวนเพื่อนบ้านมาที่บ้าน  เป็นการทานอาหาร  เป็นพยานประสบการณ์ชีิวิต  และอธิษฐานเผื่อกัน  เริ่มมีคนรับเชื่อ    

คริสตจักรของพระคริสต์ในแวลลี่ตะวันตกเมืองฟีนิกซ์ ควบรวมกับ คริสตจักรพารค์เวย์ในอริโซน่า

คริสตจักรของพระคริสต์ในแวลลี่ตะวันตกเมืองฟีนิกซ์ ควบรวมกับ คริสตจักรพารค์เวย์ในอริโซน่า

คริสตจักรของพระคริสต์ ในแวลลี่ตะวันตก (Christ's Church of Valley : CCV) ซึ่งมีพื้นที่อยู่ 100 เอเคอร์ ซึ่งถูกตั้งมาประมาร 28 ปีแล้วโดยศิษยาภิบาลอาวุโส ดอน วิลสัน คริสตจักรเน้นกลุ่มผู้ชายที่มีช่วงอายุ 25 ถึง 45 และมีผู้เข้าร่วมประชุมสัปดาห์ละ 16700 คน

คริสตจักรพาค์เวย์ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 16 ไมล์ ในรัฐอาริโซน่า มีอายุ13ปี ซึ่งมีพื้นที่อยู่ 40 เอเคอร์ ก่อตั้งโดย ศิษยาภิบาล เทรนท์ เรนเนอร์ ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมสัปดาห์ละ 2500 คน

CCV ได้ควบรวมเข้าด้วยกันกับ คริสตจักรพาร์คเวย์ โดย คริสตจักรพาร์คเวย์นั้น จะเป็น CCV อีกแห่ง  CCV เองได้สร้างคริสตจักรเครือข่ายไว้หลายแห่ง และก็ได้เข้าพูดคุยกับอีกหลายๆคริสตจักรด้วย เพื่อจะควบรวมคริสตจักรอีกหลายแห่งเข้าด้วยกัน

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พี่น้องท่านใดทำคริสตจักรตามบ้านอยู่ กรุณาแจ้งที่อยู่ด้วย เพื่อการช่วยเหลือกัน

พี่น้องคริสเีตียนและผู้รับใช้ท่านใดทำคริสตจักรตามบ้านอยู่
ขอความกรุณาบอกที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของท่านด้วย  เพื่อจะมีโอกาสช่วยเหลือกัน
และเพื่อให้พี่น้องท่านอื่นๆ ที่สนใจ  จะสามารถไปเยี่ยมเยียนและร่วมนมัสการกับท่านได้

โปรดแจ้งมายัง  networkchurchthai@gmail.com
หรือโทร 0863773448
หรือที่เฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/pages/Network-Church/122189694528766


หรือดูที่เวบ http://networkchurchthai.blogspot.com

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หนังสือพื้นฐานที่สำคัญเกี่ยวกับเครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน และคริสตจักรเครือข่ายรูปแบบอื่นๆ

หนังสือพื้นฐานที่สำคัญเกี่ยวกับคริสตจักรเครือข่ายบ้าน  และคริสตจักรเครือข่ายรูปแบบอื่นๆ  

โดย ดร.ศิลป์ชัย  เชาว์เจริญรัตน์  


         พี่น้องครับ  ผมใคร่ขอแนะนำหนังสือพื้นฐานที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องเครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน   ซึ่งเป็นรูปแบบที่สำคัญรูปแบบหนึ่งของคริสตจักรเครือข่าย  ผมได้ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือเหล่านี้ในภาษาไทยเมื่อหลายปีก่อน  ในครั้งที่ยังเป็๋นผู้อำนวยการของสถาบันคริสเตียนศึกษาและพัฒนาคริสตจักร (ซีอีดี)  

เล่มแรก คือ  กระแสการตั้งคริสตจักร (Church Planting Movement)  โดย เดวิด แกริสัน  เล่มนี้ืถือว่าเป็นสุดยอดเล่มหนึ่ง พูดถึงกระแสการตั้งคริสตจักร หรือขบวนการตั้งคริสตจักรที่กำลังเกิดไปทั่วโลก   ผมมีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้เขียนด้วยตนเอง  เขาทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทั่วโลก จนสามารถสรุปเป็นทฤษฎีที่น่าเชื่อถือ     เล่มนี้กลายเป็นตำราหลักเล่มหนึ่งของบรรดานักพันธกิจวิทยา  มิชชันนารี และนักตั้งคริสตจักรรุ่นใหม่ทั่วโลกครับ   หนังสือเล่มนี้ได้แย้งทฤษฎีเดิมๆ ในเรื่องงานมิชชั่นและการตั้งคริสตจักรอย่างมาก  

และที่น่าสนใจด้วยคือมีตัวอย่างกรณีที่เกิดในประเทศเพื่อนบ้านของไทยคือประเทศกัมพูชา   น่าสนใจมากครับ   

ลืมบอกไปว่าหนังสือเล่มนี้จำหน่ายพร้อมวีซีดีเหตุการณ์จริง แนบอยู่ที่ปกหลังด้วยครับ  



เล่มที่สองคือ เครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน (House Church Network) โดย ลาร์รี่ ไครเดอร์   ผมได้พบผู้เขียนท่านนี้ด้วยตนเองเช่นกัน   ผู้เขียนท่านนี้ทำเรื่องเครือข่ายคริสตจักรตามบ้่านมาด้วยตนเอง  รวมทั้งหาข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ด้วย    และได้สรุปเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจมาก  เช่น  บอกว่า  คริสตจักรส่วนใหญ่ในโลกคือคริสตจักรเดี่ยวขนาดเล็ก  ซี่งเปรียบได้กับร้านโชห่วย    แต่คริสตจักรทุกวันนี้ส่วนใหญ่อยากเป็นเมก้าเชิร์ช  (หรือคริสตจักรยักษ์)  ซึ่งเปรียบได้กับ ห้างวอลมาร์ท (หรือแบบไทยก็ห้างแบบแมคโคร โลตัส นั่นเอง)   แต่ที่จริงแล้วก็ไม่จำเป็น     แต่ก็มีคริสตจักรอีกแบบหนึ่งที่ควรจะเกิดขึ้น คือคริสตจักรแบบเครือข่ายคริสตจักรเล็ก หรือเครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน  ซึ่งเปรียบเทียบได้กับ เซเว่นอีเลฟเว่น  คือกลุ่มเครือข่ายของคริสตจักรขนาดเล็กที่กระจายไปทั่ว แต่แตกต่างกับคริสตจักรแบบโชห่วยก็คือคริสตจักรเล็กเหล่านี้มีการเชื่อมโยงกัน  ช่วยเหลือกัน เคลื่อนไปด้วยกันจนเป็นเหมือนคริสตจักรเดียวกัน

  
เล่มที่สามคือ เริ่มตั้งคริสตจักรตามบ้าน  โดย เฟลิซิตี้  เดล  ผมได้พบปะพูดคุยกับผู้เขียน มาแล้วด้วยตนเองเช่นกัน   เป็นหญิงเหล็กที่ทุ่มเทเรื่องการตั้งคริสตจักรตามบ้านอย่างมาก   เดินทางไปสอนเรื่องนี้ตามสัมนาต่างๆ ทั่วสหรัฐ     หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เรารู้สึกได้เลยว่า การตั้งคริสตจักรเป็นเรื่องง่ายๆ   ง่ายมากๆ   อยากทำก็ทำได้เลย   เมื่อเราอ่านแล้วจะรู้สึกว่า  เราตั้งคริสตจักรได้   และทำได้เดี๋ยวนี้เลย!   


   ส่วนเล่มที่สี่ คือ ตั้งคริสตจักร โดย ผมเป็นผู้เีขียนเอง  เล่มนี้ที่จริงแล้วถูกเขียนขึ้นเป็นหลักการพื้นฐานของการตั้งคริสตจักรในทุกแนว   แต่จุดแข็งคือมีความเป็นภาคปฏิบัติมากๆ  และเข้าใจง่ายมากๆ  สามารถช่วยให้คริสเตียนทุกคนตระหนักได้ว่า เราทุกคนล้วนตั้งคริสตจักรได้  และทำได้หลายๆ แบบ  ตามแต่ความพร้อม ของประทาน และนิมิตภาระใจ   ทั้งสี่เล่มนี้  ติดต่อได้ที่ สถาบันคริสเตียนศึกษาและพัฒนาคริสตจักร (ซีอีดี)  สถานที่ตั้ง: 433/11 ซอยสวนพลู 8  ถนนสาทรใต้ ยานนาวา กรุงเทพ 10120  โทร 022861067-8  Fax: 022131259   Email: ced@cedthai.org   



หนังสือดีๆ ที่ให้ความเข้าใจเรื่องนี้ยังมีอีกหลายเ่ล่ม แต่หนังสือทั้งสี่เล่มนี้สามารถเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับพี่น้องที่ประสงค์จะเริ่มตั้งคริสตจักรโดยเฉพาะอย่างคริสตจักรเครือข่ายในรูปแบบคริสตจักรตามบ้าน    


เดินหน้าไปด้วยกันครับ   "Work Together We Can Do More"

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เล็กคือใหญ่ - Small is Big



กจ 2:46 "เขา​ได้​ร่วม​ใจ​กัน​ไป​ใน​พระ​วิหาร และ​หัก​ขนม​ปัง​ตาม​บ้าน​ของ​เขา ร่วม​รับประทาน​อาหาร​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี​และ​ใจ​กว้างขวาง ทุก​วัน​เรื่อยไป​"

มีหลักฐานทางการวิจัย ยืนยันว่า พลังแห่งการขับเคลื่อนข่าวประเสริฐ มาจากกลุ่มคริสตจักรเล็ก ที่ดำเนินชีวิตประกาศข่าวประเสริฐ ผ่าน วิถึประจำวัน ไปสู่การเปลี่ยนแปลง โลก

หนังสือ Small is Big!: Unleashing the big impact of intentionally small churches 
หรือ เล็กคือใหญ่: ปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ของคริสตจักรเล็กอย่างมีเป้าหมาย

นักวิจัยคริสตจักร จอร์จ บาร์นา (George Barna) นำข่าวสารอันยิ่งใหญ่มาสู่คริสตจักรว่า
เราจะเปลี่ยนโลกนี้ได้ ถ้าความเชื่อของคริสตชนขยายออกไปอย่างทวีคุณ ผ่านวิถีชีวิต ในวงกว้าง จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง

คริสตจักรของคนเพศที่สาม (Gay Church)



นี่เป็นคริสตจักรที่ชื่อ DGFC ในเมือง เดอร์บัน ที่ประเทศอัฟริกาใต้  เป็นตัวอย่างหนึ่งของ

คริสตจักรที่บอกชัดว่าเป็น คริสตจักรเกย์ (Gay Church) หรือคริสตจักรของชาวรักร่วมเพศ

 อย่างชัดเจน   และคริสตจักรเช่นนี้กำลังมีมากขึ้นในหลายทวีป และหลายประเทศ   

ในอเมริกา  ในอัฟริกา  และท้ายสุดคือในเอเชีย  

แม้แต่สิงคโปร์ก็มีคริสตจักรสำหรับชาวเพศที่สามแล้วเช่นกัน



คนเพศที่สามที่ว่านี้ หมายถึงผู้ที่มีพฤติกรรมไม่ตรงกับลักษณะเพศโดยธรรมชาติกำเนิดของตนเอง  รวมถึงการมีพฤติกรรมรักร่วมเพศด้วย   


เรื่องของบทบาทของคนเพศที่สามกับคริสตจักรกำลังเป็นประเด็นที่ร้อนแรงมาก

ในโลกตะวันตก   ซึ่่งแน่นอนว่า ขณะนี้ดูยังไม่เป็นประเด็นในประเทศไทย   

เนื่องจากยังมีจำนวนคริสตชนน้อยมาก   และคริสตจักรไทยยังมีความเกี่ยวข้องกับสังคม

ไม่ลึก จึงดูเหมือนยังไม่เป็นปัญหา    (ต่างกับในศาสนาเดิมที่กำลังประสบปัญหานี้มากแล้ว

โดยเฉพาะในภาคเหนือ)       แต่เราก็ควรต้องรับรู้และเรียนรู้ไว้ล่วงหน้า  

เพราะกำลังจะเป็นประเด็นแน่ในเวลาไม่นานนักแน่นอน


ประเด็นที่ต้องคิดก็คือ 

คริสตจักรควรปฏิบัติต่อคนเพศที่สามที่ยังไม่เป็นคริสเตียนอย่างไร?

คริสตจักรควรปฏิบัติต่อคริสเตียนที่(ยัง)เป็นคนเพศที่สามอย่างไร?

คริสตจักรควรจัดนมัสการเพื่อชาวเพศที่สามหรือไม่ อย่างไร?

คริสตจักรควรยอมรับการแต่งงานของชาวเพศที่สาม  รวมทั้งจัดพิธีให้หรือไม่? 

คริสตจักรควรยอมรับผู้รับใช้หรือผู้นำที่เป็นชาวเพศที่สามหรือไม่ อย่างไร?

ควรมีคริสตจักรสำหรับชาวเพศที่สามโดยเฉพาะหรือไม่  อย่างไร?  

สะท้อนความเห็นเข้ามากันนะครับ


(โดย  ดร.ศิลป์ชัย  เชาว์เจริญรัตน์) 

คริสตจักรเครือข่ายบ้าน's Facebook Wall