ท่านที่กำลังทำหรือประสงค์จะทำคริสตจักรเครือข่ายหรือคริสตจักรเครือข่ายบ้านหรือต้องการสนับสนุน โปรดแจ้งให้ทางพันธกิจทราบเพื่อจะได้ช่วยเชื่อมโยงกับที่อื่นๆเพื่อจะช่วยเหลือกันและกันได้อย่างกว้างขวาง แจ้งมาที่ networkchurchministry@gmail.com / ดาวโหลดเอกสารแนะนำ

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เรื่องที่มักเข้าใจผิดเรื่องคริสตจักรบ้าน

1. หลายคนเข้าใจว่าคริสตจักรบ้านต้องใช้บ้านเป็นที่นมัสการเท่านั้น
    จริงๆ แล้ว  จะใืช้สำนักงานก็ได้  ร้านค้าก็ได้   โรงงานก็ได้  โกดังก็ได้  หรือแม้แต่ศาลาที่ไหนก็ได้  สวนสาธารณะก็ได้  หรือใต้ต้นไม้ที่ไหนก็ได้  ที่จริงแนวทางของคริสตจักรบ้านก็คือ คริสตจักรง่ายๆ (ที่ศัพท์เทคนิคเรียกกันว่า Simple Church หรือ Simply Church)  ซึ่งอาจพูดได้ใหม่ว่าคริสตจักรบ้านหมายถึงที่ไหนก็ได้ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อหรือเช่า   ที่ๆ เราสามารถจัดการใช้ได้ไม่ยาก

2. การนั่งนมัสการในคริสตจักรบ้านต้องใช้ชุดรับแขก (โซฟา) 
ไม่จำเป็น  อาจนั่งโซฟาก็ได้ ถ้าบ้านเราอยู่กันแบบนั้น   แต่บ้านไทยจำนวนมากไม่ได้ใช้โซฟา  แต่นั่งกับพื้น ก็ทำตามนั้น  บ้านที่เป็นร้านค้าตามอาคารพาณิชย์อาจนั่งเก้าอี้พลาสติกกลมไม่มีพนัก   ก็นั่งตามนั้น    หรือนั่งกันหลายๆ แบบตามแต่สภาพเก้าอี้ที่มี  หรือบางทีก็นั่งโซฟาบ้าง  เก้าอี้บ้าง  นั่งพื้นบ้าง  และบ้างก็นอนฟังบ้าง   ตามแ่ต่ที่สภาพและบรรยากาศจะเอื้ออำนวย

แต่บางบ้านมีความพร้อมมากอยากจัดที่นั่งแบบโบสถ์เลย  คือมีเก้าอี้เีรียงเป็นแถวตอนหน้ากระดาน  แถมมีการจัดธรรมาสก์ให้ด้วย   นี่ก็เป็นคริสตจักรบ้านได้เช่นกัน



ส่วนใหญ่ รูปแบบการนั่งนมัสการไม่ถูกถือเป็นตัวชี้วัดความเป็นคริสตจักรบ้าน  แต่จะชี้วัดตรงที่ว่าตัวอาคารนั้นๆ ใช้เพื่ออยู่อาศัยหรือทำธุรกิจอยู่แล้ว หรือต้องซื้อหรือเช่ามาเพื่อมานมัสการเป็นหลัก  ถ้าใช้เพื่ออยู่อาศัยหรือทำธุรกิจเป็นหลักอยู่แล้วก็สามารถเรียกว่าเป็นคริสตจักรบ้านหรือคริสตจักรง่ายๆ ได้   แต่ถ้าต้องซื้อหรือเช่ามาเพื่อใช้นมัสการเป็นหลัก  ต่อให้ดูเป็นบ้านอย่างไรหรือดูเล็กอย่างไร  ก็มักไม่ถือว่าเป็นคริสตจักรบ้าน หรือคริสตจักรง่ายๆ
เพราะถ้าง่ายก็ต้องใช้สถานที่ที่มีอยู่แล้วนั่นเอง

สรุปก็คือจะเีรียกว่าคริสตจักรบ้านหรือคริสตจักรง่ายๆ ได้ ต้องใช้สถานที่ที่มีอยู่แล้ว!
นี่เป็นคริสตจักรบ้านที่ใช้ลานกลางแจ้งในบ้าน
แต่จัดเรียงเก้าอี้อย่างกับโบสถ์ แต่ก็มีคนนั่งตามบันไดด้วย
คริสตจักรบ้านในปักกิ่ง ประเทศจีน  คนเยอะ จัดเก้าอี้เหมือนโบสถ์ใหญ่เลย

3. คริสตจักรบ้านต้องนมัสการด้วยวิธีง่ายๆ  ไม่มีอุปกรณ์อะไรมาก
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิด  คริสตจักรบ้านจะทำอะไรง่ายๆ ก็ได้  ไม่มีเครื่องดนตรีเลย  หรือจะมีเพียงกีต้าร์  หรือจะใช้เปิดซีดีก็ได้   ไม่มีเครื่องเสียงก็ได้  ใช้แต่หนังสือเพลงหรือชีทเพลงก็ได้    ที่จริงกลับตรงข้าม คริสตจักรบ้านจะมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยอย่างเต็มที่ก็ย่อมได้
คริสตจักรบ้านบางแห่งมีความพร้อมมาก   เครื่องเสียงแบบโฮมเธียเตอร์ที่ทันสมัยและราคาแพง    การดูเนื้อเพลงอาจมีการใช้โน๊ตบุ๊คต่อเข้ากับเครื่องฉายโปรเจคเตอร์  หรือบางที่ก็ต่อกับจอทีวีแอลซีดี  (บางบ้านจอทีวีใหญ่ขนาด 50 นิ้ว คมชัดกว่าที่โบสถ์เสียอีก)  บางบ้านอาจเปิดดีวีดีคอนเสิร์ทนมัสการและนมัสการไปด้วยก็ยังมี    ยิ่งกว่านั้นอีก คริสตจักรบ้านบางแห่งถึงกับสามารถมีเครื่องดนตรีที่ทันสมัยครบชุด  (แม้แต่กลองก็ยังใช้กลองอีเลคทรอนิคส์ที่สามารถควบคุมเสียงให้ดังเบาแค่ไหนก็ได้  ไม่มีหนวกหูคนข้างบ้าน)

ตามประสบการณ์ส่วนตัว  ผมพบว่าพี่น้องหลายคนมีสภาพความเป็นอยู่ที่บ้านที่ดีมาก  ซึ่งอาจเป็นเพราะมีฐานะดี หรืออาจเป็นเพราะความใส่ใจต่อความเป็นอยู่   บ้านของหลายท่านนั้นมีความพร้อมกว่าที่โบสถ์เสียอีก  สะอาดเรียบร้อยสดวกสบายกว่า   จะว่าไปก็ถือเป็นเรื่องธรรมดานะครับ  การที่เป็นของส่วนตัวประกอบกับต้องอยู่กับมันทุกวัน ย่อมต้องดูแลกันดีกว่า ในขณะที่ที่โบสถ์เป็นของส่วนรวมหรือของสาธารณะ  แถมจะทำอะไรก็ต้องมีกรรมการ  ต้องฟังความเห็นของหลายๆ คน   การจะให้ทำอะไรดังใจก็ย่อมจะยากกว่าของส่วนตัว
ท้ายที่สุดคริสตจักรบ้านบางทีเลยหรูหรากว่าที่โบสถ์ที่ท่านผู้นั้นไป (หรือเคยไป) เสียอีก!

4. ถ้าตั้งคริสตจักรบ้านแล้วก็ไม่ต้องไปโบสถ์อีกแล้ว
ที่จริงแล้ว การตั้งคริสตจักรบ้านก็คือการตั้งคริสตจักรใหม่ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่งเหมือนกับคริสตจักรทั่วไปนั่นเอง  เพียงแต่ใช้บ้านหรือสถานที่ที่เรามีอยู่แล้วเป็นสถานที่นมัสการ

ฉะนั้น หากตั้งคริสตจักรใหม่ขึ้นมาแล้ว  ถ้าอยากจะเน้นทำที่ที่ตั้งใหม่ให้แข็งแรงเต็มที่ก่อนซึ่งก็ต้องทุ่มเทเวลามาก จนไม่มีเวลาไปที่ไหนอีกรวมทั้งที่เดิมก็ย่อมได้   แต่ถ้ายังอยากไปคริสตจักรเดิม(ซึ่งหมายถึงที่ที่มีอาคารโบสถ์)ก็ย่อมไปได้แน่นอน   แน่นอนว่าการตัดสินใจเริ่มพันธกิจใหม่หรือหยุดไปที่เดิมก็อาจสร้างความไม่สบายใจกับคริสตจักรเดิมได้  ก็ต้องขอพระเจ้าทรงนำให้ใช้วิธีที่เหมาะสม

เป็นความเข้าใจผิดมานานแล้วว่าคริสเตียนต้องนมัสการเพียงอาทิตย์ละครั้งเดียว   และต้องไปนมัสการที่คริสตจักรแห่งเดียว   ต้องเป็นแกะของศบ.คนเดียว  (ที่มักใ้ช้พระคัมภีร์สอนกันว่าแกะต้องฟังเสียงผู้เลี้ยง ซึ่งต้องดูบริบทว่าผู้เลี้ยงตรงนั้นหมายถึงพระเยซู)    เป็นสมาชิกของคริสตจักรท้องถิ่นแห่งเดียว  ต้องรับใช้พระเจ้าในที่ๆ เดียว และรับใช้รูปแบบเดียว   เราสามารถทำคริสตจักรได้หลายๆ แห่งและหลายแบบไปพร้อมๆกัน  จะทำทั้งคริสตจักรใหญ่ที่มีอาคารและคริสตจักรบ้านไปพร้อมๆ กันย่อมได้แน่นอน  ถ้าทำไหว

ในเรื่องที่มีบางความเห็นบอกว่า เราต้องเป็นสมาชิกคจ.แห่งหนึ่งแห่งเดียว  อาจต้องดูกรณีของท่านเปาโลว่า ท่านเป็นสมาชิกคริสตจักรท้องถิ่นแห่งไหน?  ท่านไปอยู่ในที่ต่างๆ เพื่อมุ่งรับใช้พระเจ้าในการตั้งคริสตจักรและเสริมสร้างคริสตจักรให้แข็งแรงขึ้น  แล้วท่านก็ย้ายไปเรื่อยๆ  รวมแล้วนับเป็นสิบๆ เมืองในสามทวีป  แล้วท่านก็ยังคอยเขียนจดหมายมาหนุนใจเตือนสติในทุกแห่ง  รวมทั้งกลับมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว    ท่านเป็นคนที่มุ่งที่แผ่นดินพระเจ้าหรือคริสตจักรสากลมากกว่าคริสตจักรท้องถิ่น

จำได้ว่านานมาแล้ว ดร.ไพฑูรย์ หัตถมาศ ท่านได้เทศนาในการประชุมสหกิจในปีหนึ่ง กล่าวว่า "ผมเห็นการแข่งขันของคริสตจักรทั้งหลายแล้ว  ผมรู้สึกอยากจะขอลาออกจากการเป็นสมาชิกคริสตจักรแล้วขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกของอาณาจักร(พระเจ้า) แทน"


5. ในคริสตจักรบ้าน  คนที่เป็นเจ้าของบ้านต้องเป็นศิษยาภิบาล  
ไม่จำเป็นเลย  คนอื่นในกลุ่มสามารถเป็นศิษยาภิบาลได้  และอย่าลืมว่า ศิษยาภิบาลมีได้หลายคน  ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียว  สามารถเป็น "คณะศิษยาภิบาล" และเพิ่มบุคคลที่เป็นศิษยาภิบาลได้เพิ่มขึ้นเรืื่อยๆ  เพื่อช่วยกันทำพันธกิจ รวมทั้งเพื่อช่วยในการขยายไปตั้งคริสตจักรบ้านแห่งใหม่ต่อไปอีกอย่างไม่รู้จบ  

ส่วนในการตัดสินใจเรื่องกิจธุระโดยเฉพาะที่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็สามารถให้สมาชิกทั้งหมดร่วมประชุมด้วยกัน  หรือบางเรื่องอาจตั้งกลุ่มย่อยขึ้นมาแล้วมอบอำนาจให้ช่วยตัดสินใจก็ได้

---------
นี่เป็นบางส่วนหนึ่งของความเข้าใจผิดที่มักเกิดขึ้น  ยังมีประเด็นอื่นๆ อยู่อีกบ้าง  มีความคิดเห็นหรือคำถามอะไร  ส่งเข้ามาได้ครับที่  networkchurchministry@gmail.com


ดร.ศิลป์ชัย  เชาว์เจริญรัตน์

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ17 สิงหาคม 2554 เวลา 18:12

    น่าสนใจมาก...อยากทำบ้างจังเลย..

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ9 ธันวาคม 2554 เวลา 13:27

    อาจารย์ครับไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเปาโลเพราะเขาถูกเรียกให้เป็นอัครทูต เปาโลจึงต้องทำงานแบบที่เป็นอยู่ แต่อย่าลืมเปาโลก็เข้าไปขอคำปรึกษาสภาอัครทูตแสดงถึงการยอมอยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของบรรดาอัครทูตอื่น
    การมีคจ.ตามบ้านก็เป็นสิ่งที่ดีในด้านหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดในความหมายของพระกาย โปรดพิจารณาอย่างครบถ้วนถึงคริสตจักรและอาณาจักร อย่าทำให้พระกายแตกแยกออกจากกันเลย ด้วยความเคารพรัก

    ตอบลบ

นี่เป็นเวทีเสรีแต่โปรดสุภาพและไม่พาดพิงผู้อื่นอย่างไร้จริยธรรม รวมทั้งสนับสนุนให้ระบุชื่อจริง กองบก.ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับบทความและความคิดเห็นอีกทั้งอาจลบหรือแก้ไขหากเห็นว่าไม่เหมาะสม ส่งความคิดเห็นโดยตรงต่อกองบก.ได้ที่ networkchurchministry@gmail.com

คริสตจักรเครือข่ายบ้าน's Facebook Wall